สุดท้าย เครือข่ายภาคประชาชน 9 ด้านได้ร่วมกันยื่นข้อเสนอการพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพต่อ นพ.รัฐพล เตรียมวิชานนท์ ประธานกลุ่มภารกิจ

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2561 เวลา 09.00-17.00 น. ณ โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ผู้แทนเครือข่ายองค์กรคนพิการได้เข้าร่วมการประชุมรับฟังความคิดเห็นโดยทั่วไปจากผู้รับบริการในระบบหลักประกันสุขภาพ ปี 2561 เพื่อจัดทำข้อเสนอต่อการพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยมี นพ.รัฐพล เตรียมวิชานนท์ ประธานกลุ่มภารกิจสนับสนุนเขตและการมีส่วนร่วม สปสช. กล่าวเปิดงานและชี้แจงวัตถุประสงค์ของการจัดเวทีในครั้งนี้ว่าเป็นการจัดกิจกรรมที่เป็นไปตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มาตรา 18 (10) (13)

  

 

ในภาคเช้ามีการเสวนาเรื่อง “ทำไมถึงกำหนดให้มีเครือข่ายประชาชน 9 ด้านใน พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

พ.ศ.2545” วิทยากรประกอบด้วย

นายนิมิตร์ เทียนอุดม อดีตกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสัดส่วนภาคประชาชน

ผศ.ภญ.ยุพดี ศิริสินสุข กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสัดส่วนภาคประชาชน

นางสาวสารี อ่องสมหวัง กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสัดส่วนภาคประชาชน

นายจอน อึ้งภากรณ์ กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสัดส่วนภาคประชาชน

 

โดยวิทยากรได้กล่าวถึงประเด็นที่สำคัญ ดังนี้

  1. ที่มาของการเกิดระบบหลักประกันสุขภาพ ซึ่ง นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เลขาธิการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) คนแรก และเครือข่ายภาคประชาชนได้ต่อสู้เพื่อการมีระบบหลักประกันสุขภาพ โดยการรณรงค์ของเครือข่ายภาคประชาชนลงชื่อสนับสนุนให้เกิด พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545
  2. บทบาทของเครือข่ายภาคประชาชน 9 ด้าน ในการเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรมในระบบหลักประกันสุขภาพ เป็นตัวแทนในการต่อสู้ปกป้องระบบหลักประกันสุขภาพให้มีความยั่งยืน
  3. บทบาทการเป็นตัวแทนภาคประชาชนในฐานะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยเครือข่ายภาคประชาชน 9 ด้าน ต้องคัดเลือกกันเองให้เหลือ 5 คน เพื่อเข้าไปเป็นกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ  ซึ่งตัวแทนภาคประชาชนต้องเข้าไปทำงานด้านการคุ้มครองสิทธิของประชาชน
  4. ตัวอย่างรูปธรรมของตัวแทนภาคประชาชนในฐานะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ คือ การต่อสู้คุ้มครองสิทธิของประชาชน “กรณีสิทธิการล้างไต” งานวิจัย IHPP ระบุว่าการล้างไตไม่คุ้มค่าจะทำให้ระบบหลักประกันสุขภาพล่ม  กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติส่วนใหญ่เห็นด้วยกับงานวิจัย ยกเว้นกรรมการสัดส่วนภาคประชาชนได้ร่วมกันต่อสู้ยืนยันให้เกิดสิทธิประโยฃน์การล้างไต
  5. ความท้าทายต่อการพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพ คือ 1) ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรม ทำอย่างไรให้ระบบสุขภาพ ทั้ง 3 ระบบ ได้แก่ระบบหลักประกันสุขภาพ  ระบบประกันสังคม ระบบข้าราชการ เป็นมาตรฐานเดียวกัน  2) การบ่อนทำลายระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้อ่อนแอลง เช่น การแก้ไขกฎหมายหลักประกันสุขภาพ  ดังนั้น ภาคประชาชนต้องติดตามให้การแก้ไขกฎหมายที่เป็นประโยชน์ให้ประชาชนเป็นเจ้าของระบบหลักประกันสุขภาพมากขึ้น เช่น การให้คนไทยทุกคนได้เข้าถึงสิทธิ มีระบบคุ้มครอง มิใช่เฉพาะคนที่มีบัตรประชาชน 13 หลักเท่านั้น โดยเฉพาะคนไร้สิทธิ ไร้สถานะ กรณีโค้ชเอกและเด็กติดถ้ำ 3 คน ไม่มีบัตรประชาชน หากไม่เป็นข่าว อาจไม่ได้สิทธิรักษาพยาบาล 3) ระบบงบประมาณในการดูแลคนทุกคน อาจมองหาแหล่งเงินอื่นมาเติมเข้ากองทุนหลักประกันสุขภาพ เช่น ภาษีตลาดหุ้น ภาษีน้ำตาล ภาษีคนรวย การเก็บภาษีเพิ่มขึ้นจากคนที่มีความสามารถจ่ายได้แต่มิใช่ร่วมจ่าย ณ จุดบริการ 4) การสร้างความเข้าใจกับประชาชนได้รับรู้และทำหน้าที่ในระบบอย่างเข้มแข็ง 5) การจัดการระบบบริการ เช่น ค่ารักษาพยาบาล การคุมราคายา 6) การทำให้ระบบแข่งขันกับ รพ.เอกชน ได้ เช่น การจัดการปัญหาเรื่องคิวยาว

หลังจากนั้น ได้แบ่งกลุ่มย่อยของแต่ละเครือข่าย 9 ด้าน เพื่อทบทวนข้อเสนอ/เสนอประเด็นเพิ่มเติมของแต่ละเครือข่าย และกำหนดยุทธศาสตร์ประเด็นที่อยากขับเคลื่อนในปี 2562 และให้แต่ละเครือข่ายนำเสนอผลการประชุมกลุ่มย่อย สำหรับเครือข่ายด้านคนพิการและผู้ป่วยจิตเวช ได้นำเสนอผลการประชุมกลุ่มย่อย ดังนี้
 

ทบทวนข้อเสนอเดิมที่มี
      1. บรูณาการการทำงานด้านคนพิการของหน่วยงานที่เกี่ยข้อง (มหาดไทย,สธ. พม. สปสช.รวมทั้งกองทุนที่มีอยู่) ในระดับท้องถิ่นมีกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพ รวมทั้งกองทุนจิตเวชชุมชนลงไปรอที่ รพสต. แต่การใช้จ่ายเงินของท้องถิ่นไม่เอื้อ และโดน สตง.ตรวจสอบ จึงไม่มีคนใช้ในเรื่องการฟื้นฟูสมรรถภาพ ส่วนใหญ่เอาเงินไปใช้ซื้อของเยี่ยม

คนพิการและผู้ป่วยจิตเวช 

      2. สิทธิด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์คนพิการยังไม่ครอบคลุมตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ที่กำหนดรายการบริการฟื้นฟู จำนวน 26 รายการ แต่ ณ วันนี้ สปสช.ซื้อบริการเพียงแค่ 9 รายการเท่านั้น อีกทั้งไม่เป็นแรงจูงใจให้หน่วยบริการสาธารณสุขจัดบริการ ดังนั้น ต้องไปผลักดันให้ สปสช.ซื้อบริการเพิ่ม

      3. สนับสนุนให้เครือข่ายประชาชนที่จัดบริการฟื้นฟู เป็น “หน่วยบริการร่วมให้บริการ” ในระบบหลักประกันสุขภาพ

      4. มีหน่วยบริการ 4 รูปแบบ ได้แก่ 1.หน่วยประจำ  2. หน่วยปฐมภูมิ 3. หน่วยรับส่งต่อ และ 4. หน่วยบริการร่วมให้บริการ ปัจจุบัน องค์กรคนพิการได้จัดบริการฟื้นฟูในรูปแบบ “ศูนย์บริการคนพิการทั่วไป” ให้แก่คนพิการอยู่แล้ว จึงขอให้เพิ่มระเบียบ/นิยามหน่วยบริการเพื่อให้ภาคประชาชนเป็นหน่วยร่วมบริการได้

ขอเพิ่มเติมประเด็นในข้อเสนอ ดังนี้

  1. ควรจัดให้มีรถวิลแชร์หรือกายอุปกรณ์สำรองใช้ในระหว่างการนำไปซ่อม
  2. ในการรับบริการสาธารณสุข ควรจัดสถานที่เฉพาะให้กับผู้ป่วยออทิสติก สติปัญญา  จิตเวช เนื่องจากเด็กออทิสติก สติปัญญา หรือผู้ป่วยจิตเวช หากต้องไปรอพบแพทย์นาน จะมีภาวะทางอารมณ์
  3. ปรับมาตรฐานช่องทางพิเศษสำหรับคนพิการที่ไม่เห็นประจักษ์ ได้แก่ สติปัญญา ออทิสติก จิตเวช เรียนรู้ เมื่อมองภายนอกจะไม่รู้ว่าเป็นคนพิการ
  4. กรณีสิทธิระบบหลักประกันสุขภาพ เมื่อคนพิการไปจดทะเบียนคนพิการเพื่อมีบัตรประจำตัวคนพิการให้สามารถขึ้นทะเบียน ท.74 โดยอัตโนมัติ เป็น one stop service
  5. ให้มีคลีนิคพิเศษสำหรับคนพิการออทิสติก สติปัญญา จิต  เรียนรู้ ในโรงพยาบาลระดับจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถพาเด็กไปรับบริการได้โดยไม่ต้องเดินทางข้ามจังหวัด ไม่เป็นภาระค่าใช้จ่ายการเดินทาง
  6. ให้กองทุนตำบล Long term care  ให้ดูแลทุกกลุ่มวัย ไม่จำกัดอายุ และให้ครอบคลุมทุกสิทธิ มิใช่ดูแลเฉพาะคนที่มีสิทธิหลักประกันสุขภาพเท่านั้น
  7. ผู้ป่วยจิตเวชที่อยู่ในระหว่างการบำบัด  ซึ่งหมอยังไม่ได้รับรองว่าเป็นคนพิการ ให้สามารถขึ้นทะเบียน ท.74 ได้
  8. เสนอให้มีรถรับส่งผู้ป่วยทางจิตในกรณีที่มีอาการกำเริบ  เนื่องจากผู้ป่วยจิตเวชที่อยู่ในชุมชนเมื่อเกิดภาวะอาการกำเริบ คลุ้มคลั่งเสี่ยงต่อการทำอันตรายต่อตนเอง ครอบครัวและคนในชุมชนรอบข้าง เนื่องจาก 1669 ไม่ส่งรถมารับเพราะมองว่าไม่อยู่ในภาวะฉุกเฉิน รถ อบต.ก็ไม่สามารถส่งต่อได้เนื่องจากข้ามเขต ข้ามจังหวัดไม่ได้
     

ยุทธศาสตร์ร่วมที่เครือข่ายด้านคนพิการและผู้ป่วยจิตเวชจะขับเคลื่อนปี 2562

  1.  ขับเคลื่อนให้ สปสช. ซื้อบริการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์คนพิการ เพิ่ม
  2.   ขับเคลื่อนให้องค์กรคนพิการเป็น “หน่วยร่วมบริการให้บริการ” ของ สปสช.

จากข้อเสนอของเครือข่ายประชาชน 9 ด้าน พบว่า ข้อเสนอมี 2 ระดับ คือ

  • ข้อเสนอในระดับปฏิบัติการ เช่น ข้อเสนอให้คนพิการที่ขึ้นทะเบียนคนพิการ สามารถขึ้นทะเบียน ท.74 ในสิทธิหลักประกันสุขภาพโดยอัตโนมัติ ซึ่งอาจจะเชิญหน่วยปฏิบัติ เช่น สปสช. พก.ประชุมหารือร่วมกัน เพื่อให้เกิดแนวทางดังกล่าวได้
  • ข้อเสนอในระดับนโยบาย
     

สุดท้าย เครือข่ายภาคประชาชน 9 ด้านได้ร่วมกันยื่นข้อเสนอการพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพต่อ นพ.รัฐพล เตรียมวิชานนท์ ประธานกลุ่มภารกิจสนับสนุนเขตและการมีส่วนร่วม สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ